การจัดตั้งกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม
การจัดตั้งกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม

23 กรกฎาคม 2561  

 

การจัดตั้งกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม

โดย ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

“ 2 ภารกิจ 3 ปฎิรูป 8 แนวทาง”

กระทรวงใหม่นี้มีอยู่ 2 ภารกิจที่สำคัญ คือ

1) ปรับเปลี่ยนโครงสร้างประเทศไปสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม

2) เตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21
 

โดยการจัดตั้งกระทรวงนี้จะเป็นการปฏิรูป “เชิงระบบ”ใน 3 ด้านไปพร้อมๆกัน ประกอบด้วย

1) Administrative Reform: ปฏิรูปการบริหาร ให้มีความเป็นราชการน้อยที่สุด มีความคล่องตัว เน้นผลสัมฤทธิ์ ตอบโจทย์ของประเทศเป็นสำคัญ

2) Regulatory Reform: ปฏิรูปข้อกฎหมายต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการขับเคลื่อน ทำให้เกิดความล่าช้า หรือไม่ทันกับยุคสมัย ปลดล็อคข้อจำกัดให้เกิดการรังสรรค์นวัตกรรมได้อย่างเต็มที่

3) Budgeting Reform: ปฏิรูประบบงบประมาณให้สอดคล้องกับการวิจัยและพัฒนา ที่มีลักษณะงาน รูปแบบการลงทุนและชุดของความเสี่ยงและผลตอบแทนที่แตกต่างจากงานทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
 

ซึ่งทั้งหมดจะอยู่บนรากฐานของ 8 แนวทาง ดังต่อไปนี้

1) Transformation:

ปรับเปลี่ยนทั้งโครงสร้าง กระบวนการ และศักยภาพของบุคลากรของหน่วยงานต่างๆภายในกระทรวง ให้สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีและ Thailand 4.0 ที่มุ่งไปสู่การเป็นเศรษฐกิจสังคมฐานนวัตกรรม และการเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21
 

2) Foundation of the Future:
สร้างรากฐานแห่งอนาคต 3 ประการ คือ

(1) Future Setting กำหนดทิศทางและยุทธศาสตร์ที่เป็นรูปธรรมของประเทศภายใต้โลกของความผันผวนและการเปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลันเพื่อก้าวสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วภายใน 20 ปี

(2) Game Changing สร้างแพลทฟอร์มการพัฒนาประเทศ แพลทฟอร์มการพัฒนาชุมชน แพลทฟอร์มการดำเนินธุรกิจใหม่ ให้ทันกับพลวัตโลก

(3) Innovative Capacity Building สร้างขีดความสามารถเชิงนวัตกรรมเพื่อยกระดับเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
 

3) Leading through Strategic Funding:

ชี้นำทิศทางด้วยทุนวิจัยที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์และนโยบาย มีวาระการวิจัยของประเทศที่ชัดเจน สนับสนุนการวิจัยร่วมในลักษณะประชารัฐ และขับเคลื่อนการวิจัยที่มุ่งเป้าได้อย่างเป็นรูปธรรม
 

4) Empowerment:

เสริมพลัง ทั้งองค์ความรู้ ความสามารถในการวิจัยและสร้างนวัตกรรมของภาครัฐ เอกชน และชุมชน รวมทั้งยกระดับการทำงานและศักยภาพการวิจัยและการสร้างองค์ความรู้ของทุกกระทรวงไปพร้อมกัน
 

5) Autonomy with Accountability:

มีความเป็นอิสระบนพื้นฐานของภารกิจที่รับผิดรับผิดชอบ บนโจทย์และตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจน และมีคณะกรรมการ (Governing Board) ที่รวมผู้มีความรู้ความสามารถจากส่วนที่เกี่ยวข้อง มีระบบธรรมภิบาลที่ดี เพื่อป้องกันการแทรกแซงจากการเมือง
 

6) Modern Management Agencies:

มีหน่วยงานที่มีการบริหารจัดการสมัยใหม่ ในลักษณะ Quasi-Government Agencies คงความเป็นระบบราชการในส่วนที่จำเป็น แต่ละหน่วยงานมีตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ที่แตกต่างกันตามภารกิจและโจทย์ที่กำหนดขึ้น
 

7) Flow and Collaborative Networks:

มีการเคลื่อนไหลของบุคลากรได้อย่างคล่องตัว สร้างวัฒนธรรมที่เปิดรับความคิดเห็น และการร่วมมือกัน มีโครงข่ายที่เชื่อมโยงการทำงานระหว่างหน่วยงานภายในและภายนอกกระทรวง
 

8) Policy and Process Innovations:

มีกลไกและกระบวนการทำงานแบบใหม่ ที่รองรับความเสี่ยงของงานวิจัยได้ มีระบบงบประมาณ 2 ส่วนคือ Annual Budgeting เพื่อการทำงานตามปกติ และ Block Grant/Multi-year Budgeting เพื่อตอบโจทย์วิจัยที่เป็นวาระสำคัญของประเทศ และสร้าง Future Lab และ Policy Lab เพื่อทดสอบนโยบายและนวัตกรรมทางเศรษฐกิจ สังคม ควบคู่กับนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี
 

ทั้ง 2 ภารกิจ 3 ปฏิรูป 8 หลักการนี้ นอกจากจะเป็นหัวใจของกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรมแล้ว ยังเป็นรากฐานที่สำคัญของการพัฒนาประเทศไทยไปสู่ Thailand 4.0 เพื่อให้เรากลายเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วได้อย่างมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน